ความล้มเหลวของระบบ SCR (Selective Catalytic Reduction) ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) มากเกินไป และอาจกระตุ้นมาตรการป้องกัน เช่น ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลง ไฟเตือนการทำงานผิดปกติ (MIL) สว่างขึ้น จำกัดความเร็วรถ หรือไม่สามารถสตาร์ทได้
ระบบ SCR ทำงานโดยการฉีดสารละลายยูเรีย (DEF) เข้าไปในท่อไอเสีย โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อแปลง NOx ที่เป็นอันตรายให้เป็นก๊าซไนโตรเจน (N₂ ) และน้ำ (H₂O) ที่ไม่เป็นอันตราย เมื่อระบบ SCR ทำงานผิดปกติ ผลที่ตามมาทั่วไป ได้แก่:
**การปล่อย NOx มากเกินไป:** หน้าที่หลักของระบบ SCR คือการลดการปล่อย NOx เมื่อระบบล้มเหลว ไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสียจะไม่สามารถลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลโดยตรงให้การปล่อยมลพิษเกินกว่าขีดจำกัดที่กฎหมายกำหนดและละเมิดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
**การแจ้งเตือนเซ็นเซอร์ NOx:** ระบบอาศัยเซ็นเซอร์ NOx ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการแปลง หากประสิทธิภาพที่ตรวจพบต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะมีการแจ้งรหัสปัญหาการวินิจฉัย (DTC) เช่น P20EE หรือ P207F
**กำลังเครื่องยนต์ลดลง (Limp Mode):** เพื่อป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ระบบควบคุมของรถอาจเปิดใช้งาน "Limp Mode" ซึ่งจำกัดกำลังเครื่องยนต์ ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัย
**ปฏิกิริยาลูกโซ่จากความผิดปกติของส่วนต้นน้ำ:** SCR เป็นขั้นตอนสุดท้ายของระบบบำบัดไอเสีย ความล้มเหลวของ SCR มักเกิดจากความผิดปกติของส่วนประกอบส่วนต้นน้ำ (เช่น DOC, DPF, EGR หรือเทอร์โบชาร์จเจอร์) หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการวินิจฉัยและแก้ไขก่อน การเปลี่ยนชุด SCR เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถให้การซ่อมแซมที่สมบูรณ์หรือถาวรได้
**ความเสียหายหรือการอุดตันของสารเคลือบตัวเร่งปฏิกิริยา:** การใช้เชื้อเพลิงคุณภาพต่ำเป็นเวลานาน การปนเปื้อนของน้ำมันเครื่องเข้าไปในระบบไอเสีย หรือการสะสมของผลึกยูเรียที่ตกผลึก อาจทำให้สารเคลือบภายในของตัวเร่งปฏิกิริยา SCR เสียหาย หรืออุดตันช่องภายใน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำปฏิกิริยาด้อยลง
ความล้มเหลวของระบบ SCR (Selective Catalytic Reduction) ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) มากเกินไป และอาจกระตุ้นมาตรการป้องกัน เช่น ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลง ไฟเตือนการทำงานผิดปกติ (MIL) สว่างขึ้น จำกัดความเร็วรถ หรือไม่สามารถสตาร์ทได้
ระบบ SCR ทำงานโดยการฉีดสารละลายยูเรีย (DEF) เข้าไปในท่อไอเสีย โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อแปลง NOx ที่เป็นอันตรายให้เป็นก๊าซไนโตรเจน (N₂ ) และน้ำ (H₂O) ที่ไม่เป็นอันตราย เมื่อระบบ SCR ทำงานผิดปกติ ผลที่ตามมาทั่วไป ได้แก่:
**การปล่อย NOx มากเกินไป:** หน้าที่หลักของระบบ SCR คือการลดการปล่อย NOx เมื่อระบบล้มเหลว ไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสียจะไม่สามารถลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลโดยตรงให้การปล่อยมลพิษเกินกว่าขีดจำกัดที่กฎหมายกำหนดและละเมิดกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
**การแจ้งเตือนเซ็นเซอร์ NOx:** ระบบอาศัยเซ็นเซอร์ NOx ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการแปลง หากประสิทธิภาพที่ตรวจพบต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะมีการแจ้งรหัสปัญหาการวินิจฉัย (DTC) เช่น P20EE หรือ P207F
**กำลังเครื่องยนต์ลดลง (Limp Mode):** เพื่อป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ระบบควบคุมของรถอาจเปิดใช้งาน "Limp Mode" ซึ่งจำกัดกำลังเครื่องยนต์ ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัย
**ปฏิกิริยาลูกโซ่จากความผิดปกติของส่วนต้นน้ำ:** SCR เป็นขั้นตอนสุดท้ายของระบบบำบัดไอเสีย ความล้มเหลวของ SCR มักเกิดจากความผิดปกติของส่วนประกอบส่วนต้นน้ำ (เช่น DOC, DPF, EGR หรือเทอร์โบชาร์จเจอร์) หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการวินิจฉัยและแก้ไขก่อน การเปลี่ยนชุด SCR เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถให้การซ่อมแซมที่สมบูรณ์หรือถาวรได้
**ความเสียหายหรือการอุดตันของสารเคลือบตัวเร่งปฏิกิริยา:** การใช้เชื้อเพลิงคุณภาพต่ำเป็นเวลานาน การปนเปื้อนของน้ำมันเครื่องเข้าไปในระบบไอเสีย หรือการสะสมของผลึกยูเรียที่ตกผลึก อาจทำให้สารเคลือบภายในของตัวเร่งปฏิกิริยา SCR เสียหาย หรืออุดตันช่องภายใน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำปฏิกิริยาด้อยลง